2. ทำไมบ้านจึงร้อน? คำตอบคือ เพราะถูกแดด (บ้านร้อนเฉพาะตอนกลางวัน)

- แดดจะร้อนจัดในช่วง สาย-เที่ยง-บ่าย
- ในตอนเย็นแม้แดดจะไม่ร้อนจัดแต่ตัวบ้านก็สะสมความร้อนไว้มากจากช่วงที่ผ่านมาของวัน
ตัวบ้านต้องใช้เวลาพอสมควรในการถ่ายเทความร้อนออกรูอากาศ ซึ่งอาจใช้เวลานานหลายชั่วโมง

3.การออกแบบ ก่อสร้างบ้านให้อยู่สบาย และประหยัดพลังงานอย่างง่าย ๆ (ไม่จำเป็นต้องทำตามแบบนี้)
ลักษณะทั่วไปอย่างคร่าว ๆ
1. หลังคากระเบื้องหรือสังกะสี หรือ Metal Sheet(ดาดฟ้าก็ได้)
อย่าทำแบบที่สูงชันเกินไปเพราะทำงานและดูแลรักษายาก
2. ชายคากว้างประมาณ 1.5-2.00 เมตร ถ้ากว้างมาต้องเพิ่มค้ำยัน
- การทำชายคากว้างนอกจากจะกันแดด กันฝนได้ดีแล้ว ยังทำให้สีผนังทนทานนานปี ประตู
หน้าต่าง ช่องแสง ไม่พุพังง่าย
- การทำชายคากว้าง อาจทำให้บ้านมืดก็อย่าลืมใส่ช่องแสง หรือกระเบื้องโปร่งแสงได้ด้วย
(ค่าไฟฟ้าแสงสว่าง ถูกกว่าค่าไฟฟ้าของพัดลม และเครื่องปรับอากาศ)
- หากตัวบ้านเดิมมีชายคาแคบ ก็ติดกันสาดเพิ่มได้ เลือกแบบและสีให้เข้ากับตัวบ้านเดิม ราคายุติธรรม
3. มีช่องระบายความร้อนจากใต้หลังคา อย่าลืมติดตะแกรงกันนก และแมลง
4. ฝ้าเพดานแบบธรรมดา ใส่ฉนวนกันความร้อนอย่างหนาหรือวางโฟมหนา 2 นิ้ว ไว้ด้านบนซ้ายกัน 2-3 ครั้ง
อย่าให้รอยต่อตรงกัน
5.ผนังชั้นบนก่อด้วยอิฐมวลเบากันความร้อนก่ออิฐฉาบปูนหรือใช้ปูนซิเมนต์บล็อกก็ได้ เสริมด้วยโฟม หนา 1 นิ้ว
โดยตีโครงไม้หนา 1 นิ้ว เป็นตรารางตามความต้องการแล้วใส่โฟมหนา 1 นิ้วในช่องตารางจึงปิดทับด้วยยิปซั่มบอร์ด
หรือไม้อัดหนาพอประมาณ ถ้าต้องการประหยัดให้ทำเฉพาะด้านทิศตะวันตกและทิศใต้ ทางที่ดีควรทำทั้ง 4 ด้าน
เพราะความร้อนถ่ายเทถึงกันได้ และอย่าลืมใส่บล็อกแก้วเป็นระยะเพื่อเพิ่มแสงจากธรรมชาติ เข้าในตัวบ้าน
- การเสริมผนังโฟมนั้นจะกระทำก็ต่อเมื่อเจ้าของบ้านไม่พอใจกับผนังเดิมที่มีอยู่ไม่ควรทำพร้อมกันทีเดียว
และไม่ควรเจาะผนังให้ถี่เกินไป ผนังจะแตกร้าวได้ให้ใช้กาวทาช่วยติดไม้คร่าวได้
- ห้ามเสริมผนังโฟมในชั้นล่าง เพราะจะเป็นที่อยู่ของมดและแมลงส่วนไม้คร่าก็จะเป็นอาหารของปลวกและเชื้อราได้
6. ผนังชั้นบนภายในเสริมด้วยช่องแสงขนาดเล็กตามแนวยาวของผนังกรุด้วยกระจกฝ้า 1 หรือ 2 ด้าน
ถ้าทำช่องแสงใหญ่เกินไปจะขาดความรู้สึกเป็นส่วนตัว

7.
ผนังชั้นล่างก่ออิฐฉาบปูนอิฐมวลเบาหรือซิเมนต์บล็อกก็ได้ ห้ามเสริมผนัง 2 ชั้น เพราะอาจเป็นที่อยู่ของปลวก
และแมลง ให้เพิ่มช่องแสงขนาดใหญ่และบล็อกแก้ว เป็นระยะให้สวยงาม และเพิ่มแสงธรรมชาติเข้าในตัวบ้าน

ช่องแสงขนาดใหญ่(ใช้บล็อคแก้วแทนได้)
ช่องแสงขนาดใหญ่ ประกอบด้วย วงกบไม้ ติดเหล็กดัดตรงกลางและกระจกฝ้าทั้งด้านในและด้านนอก
(ปิดบังเหล็กดัด) ช่องแสงแบบนี้ ปัจจุบันวิวัฒนาการไปเป็นกระจก ที่ใช้เป็นผนังในอาคารสูง (ตึกกระจก)
โดยใช้โครงอลูมิเนียม ยึดกระจกด้วยไลโคน ในช่องตรงกลางระหว่างกระจกทั้ง 2 แผ่น อัดด้วยแก๊สเฉื่อย
เพื่อลดความร้อน ตัวกระจกก็เป็นกระจกที่แข็งแรงเป็นพิเศษ
8. พยายามปลูกต้นไม้และสนามหญ้าให้รอบบ้าน แล้วรดน้ำอยู่เสมอเพื่อป้องกันความร้อนสะสมจากพื้นภายนอก
เข้าสู่ตัวบ้านในช่วงบ่ายและเย็น (การระบายความร้อน โดยลมธรรมชาติไม่สามารถใช้ได้จริง
เพราะแดดร้อน-> อากาศร้อน-> ลมร้อน->บ้านร้อน การระบายความร้อนตามธรรมชาติต้องอาศัยลมพัดแรง ๆ
ฝนตก หรือเมฆปังดวงอาทิตย์เป็นเวลานาน สุดท้ายต้องรอตอนกลางคืน)
9. ควรติดตั้งพัดลมระบายอากาศ (ดูดออก) ไว้ทุกห้องให้ทั่วทั้งบ้าน ควบคุมด้วยสวิทซ์ตั้งเวลา (Timing Switch)
เพื่อช่วยระบายความร้อนออกจากบ้านในช่วงเย็น หากไม่ชอบรูปแบบพัดลมให้ทำครอบปิดบังเอาไว้
หรือใช้พัดลมตั้งพื้น พัดลมออกผ่านทางหน้าต่างก็ได้ง่ายดีด้วย
10.ควรติดลูกหมุนโลหะเพื่อช่วยระบายความร้อนเพิ่ม หากไม่ชอบสีโลหะให้ใช้สีพ้นทับไว้ได้ ใช้สีสเปรย์ดี ๆ ก็พอ
4. หลักเกณฑ์การประหยัดพลังงานอย่างง่าย ๆ
ส่วนใหญ่เน้นการที่ประหยัดพลังงานไฟฟ้า จากแสงสว่าง การใช้เครื่องปรับอากาศ และเครื่องทำน้ำอุ่น
ในต่างจังหวัดจะพบบ้านที่ใช้เครื่องอุ่นจากแก๊ส LPG มากพอสมควร ช่วยประหยัดมากกว่าการใช้ไฟฟ้าและมักใช้กลับห้องน้ำ
ชั้นล่าง เพราะไม่ต้องยกถังแก๊สหนัก ๆ ขึ้นชั้นบน การเพิ่มแสงสว่างเข้ามาในบ้าน
- เพิ่มบล็อกแก้ว ช่องแสงขนาดใหญ่หรือช่องแสงขนาดเล็ก
- หลีกเลี่ยงการใช้ช่องแสงจากหลังคา เพราะช่องแสงบนเพดานจะนำพาความร้อนเข้ามาในตัวบ้านด้วย
หากจำเป็นต้องใช้ แก้ไขโดยทำเลียนแบบช่องแสงขนาดใหญ่
การป้องกันความร้อนจากภายนอกไม่ให้เข้าไปในอาคาร ::
โดยเปรียบเทียบอุณหภูมินอกกับอุณหภูมิของร่างกายมนุษย์ที่ปกติ 37 องศา C หรือ 98.6 องศา F
วัตถุประสงค์เพื่อลดการใช้งานเครื่องปรับอากาศ
เปรียบเทียบโดยเทอร์โมมิเตอร์
5. วิธีการหาประสิทธิภาพในการป้องกันความร้อนของผนังและฉนวนต่างๆ
อุปกรณ์ - เทอร์โมมิเตอร์ 2 อัน , Temp Scan (เครื่องวัดอุณหภูมิแบบไม่สัมผัส,อินฟาเรด เทอร์โมมิเตอร์)
ติดตั้งเทอร์โมมิเตอร์ห่างจากผนังพอสมควร ตอนกลางวัน เป็นระยะเวลาประมาณ 12 ชั่วโมง เพื่ออ่านอุณหภูมิ
ของอากาศแล้วบันทึกข้อมูลเพื่อดูว่า ป้องกันความร้อนได้เพียงไร
6. วิธีทดสอบฉนวนกันความร้อนแบบต่างๆในห้องทดลอง
อุปกรณ์ :